İçeriğe geç

วิธีทำ Keyword Clustering สำหรับร้านค้าออนไลน์

K
Kerem Admin
2 dk okuma

Keyword clustering คือการจัดกลุ่มคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกันให้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน เพื่อให้ร้านค้าออนไลน์วางแผนเนื้อหา โครงสร้างเว็บ และเพิ่มโอกาสติดอันดับบน Google อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การทำ Keyword Clustering ช่วยลดปัญหา Keyword Cannibalization ในร้านค้าออนไลน์ได้
  • หน้าเว็บเดียวสามารถติดอันดับจากคำค้นหาหลายคำได้ หากเนื้อหาครอบคลุมทั้งคลัสเตอร์
  • การใช้ AI จัดกลุ่มคีย์เวิร์ดช่วยลดเวลาในการทำงานได้มากกว่าวิธี Manual
  • การปรับปรุงคลัสเตอร์ทุก 3-6 เดือนช่วยให้ร้านค้าออนไลน์รักษาอันดับได้อย่างยั่งยืน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูหน้า คู่มือวิจัยคีย์เวิร์ดสำหรับร้านค้าออนไลน์ ของเรา

Keyword Clustering คืออะไร และทำไมสำคัญต่อร้านค้าออนไลน์

Keyword clustering คือการรวมคำค้นหาที่ใกล้เคียงกันให้เป็นกลุ่มเดียว เพื่อสร้างเนื้อหาที่ตรงกับเจตนาผู้ใช้และลดการแย่งคีย์เวิร์ดภายในเว็บไซต์

Keyword clustering เป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของคำค้นหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า แทนที่จะวิเคราะห์ทีละคำ คุณจะจัดกลุ่มคำที่มีความหมายหรือเจตนาใกล้เคียงกันให้อยู่ด้วยกัน

ตัวอย่างเช่น คำว่า รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งผู้หญิง รองเท้าวิ่งลดราคา อาจอยู่ในคลัสเตอร์เดียวกัน เพราะผู้ใช้กำลังมองหาสินค้าประเภทเดียวกัน เพียงแต่เงื่อนไขต่างกัน

เมื่อจัดกลุ่มแล้ว คุณจะรู้ว่าควรสร้างหน้าเว็บกี่หน้า แต่ละหน้าควรครอบคลุมคำค้นหาชุดไหน ซึ่งช่วยลดปัญหาหน้าเว็บแข่งขันกันเอง และเพิ่มโอกาสติดอันดับโดยรวม

ขั้นตอนเตรียมข้อมูลก่อนทำ Keyword Clustering

คุณต้องรวบรวมคำค้นหาจาก Google Search Console เครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ด และคู่แข่ง ก่อนนำมาจัดกลุ่ม

ขั้นแรก ให้เข้าไปที่ Google Search Console แล้วส่งออกคำค้นหาที่มีคนเห็นเว็บคุณในผลการค้นหา ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก เพราะแสดงคำที่เว็บคุณมีโอกาสติดอันดับอยู่แล้ว

จากนั้นใช้เครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ด เช่น Google Keyword Planner, Ahrefs หรือ SEMrush เพื่อขยายรายการคำค้นหาเพิ่มเติม โดยเน้นคำที่มีปริมาณการค้นหาปานกลางและแข่งขันไม่สูง

อย่าลืมส่องเว็บคู่แข่ง ดูว่าหน้าไหนติดอันดับจากคำค้นหาอะไร แล้วเก็บข้อมูลมาเป็นไอเดีย เพื่อให้คลัสเตอร์ของคุณครอบคลุมและเหนือกว่าคู่แข่ง

วิธีจัดกลุ่มคีย์เวิร์ด ด้วย Manual และ AI

การจัดกลุ่มทำได้สองแนวทางหลัก คือจัดด้วยมือโดยพิจารณาเจตนาการค้นหา และใช้ AI หรือเครื่องมือช่วยจัดกลุ่มอัตโนมัติ

วิธี Manual เหมาะกับร้านที่มีคำค้นหาไม่มาก เช่น หลักสิบหรือหลักร้อย คุณสามารถเปิดตาราง Excel แล้วจัดกลุ่มตามเจตนาของผู้ใช้ เช่น กลุ่มคำที่เกี่ยวกับซื้อ กลุ่มคำที่เกี่ยวกับรีวิว กลุ่มคำที่เกี่ยวกับปัญหา

หากมีคำค้นหาหลายพันคำ วิธีที่เร็วที่สุดคือใช้ AI อย่าง ChatGPT หรือเครื่องมือ SEO ที่มีฟีเจอร์ Keyword Clustering ในตัว เครื่องมือจะช่วยวิเคราะห์ความคล้ายคลึงและจัดกลุ่มให้อัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จาก AI ต้องตรวจทานเสมอ เพราะเครื่องมืออาจไม่เข้าใจบริบทสินค้าบางอย่าง คุณควรปรับกลุ่มด้วยตัวเองก่อนนำไปใช้งานจริง

วิธีนำ Keyword Clusters ไปวางโครงสร้างเว็บไซต์

แต่ละคลัสเตอร์ควรแมปกับหน้าเว็บเดียวเพื่อสร้างโครงสร้างที่ชัดเจน และเขียนเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกคำในกลุ่ม

เมื่อได้คลัสเตอร์แล้ว ให้จับคู่แต่ละกลุ่มกับหน้าเว็บที่มีอยู่หรือจะสร้างใหม่ เช่น คลัสเตอร์เกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางควรไปที่หน้าหมวดหมู่ ส่วนคลัสเตอร์เฉพาะอย่างกระเป๋าเดินทางล้อเลื่อน 20 นิ้วควรไปที่หน้าสินค้า

จากนั้นเขียนเนื้อหาโดยใช้คำหลักจากคลัสเตอร์เป็นแกนหลัก และสอดแทรกคำอื่นในกลุ่มไว้ในหัวข้อย่อยหรือส่วนประกอบของหน้า เพื่อให้ Google เข้าใจว่าหน้าครอบคลุมเรื่องนั้นทั้งหมด

การเชื่อมโยงภายในก็สำคัญ ควรใส่ลิงก์จากหน้าหมวดหมู่ไปยังหน้าสินค้าในคลัสเตอร์เดียวกัน เพื่อกระจายอำนาจลิงก์และช่วยผู้ใช้ค้นหาสินค้าได้ง่าย

วัดผลและปรับปรุง Keyword Clustering อย่างต่อเนื่อง

คุณต้องติดตามอันดับ การแสดงผล และ Conversion ของแต่ละคลัสเตอร์ แล้วปรับปรุงเนื้อหาหรือโครงสร้างเมื่อผลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

หลังปรับโครงสร้างเว็บแล้ว ให้ติดตามผลผ่าน Google Search Console เป็นประจำ ดูว่าแต่ละคลัสเตอร์มีจำนวนการแสดงผลและการคลิกเพิ่มขึ้นหรือไม่

ใช้ GA4 วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ที่เข้ามาจากหน้าในคลัสเตอร์นั้น เช่น อัตราการออกจากหน้า หรืออัตราการซื้อสินค้า เพื่อดูว่าคลัสเตอร์สร้างรายได้จริงหรือไม่

การทำ Keyword Clustering ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ควรทบทวนทุก 3-6 เดือน เพราะพฤติกรรมผู้ค้นหาและคู่แข่งเปลี่ยนตลอดเวลา การปรับปรุงต่อเนื่องจะช่วยให้เว็บไซต์เติบโตอย่างยั่งยืน

คุณสามารถสำรวจ ดูแพ็กเกจและราคา Crawza ได้

คำถามที่พบบ่อย

Keyword Clustering ต่างจาก Keyword Research อย่างไร

Keyword Research คือการค้นหาคำค้นหาที่ผู้ใช้พิมพ์ ส่วน Keyword Clustering คือการนำคำเหล่านั้นมาจัดกลุ่มตามเจตนาและหัวข้อ เพื่อวางแผนโครงสร้างเว็บและเนื้อหาให้ตรงจุด

ต้องใช้เครื่องมือไหนทำ Keyword Clustering บ้าง

มีหลายตัวให้เลือก เช่น Ahrefs, SEMrush, Screaming Frog และ AI อย่าง ChatGPT แต่ถ้าร้านของคุณมีคำค้นหาไม่มาก ใช้ Excel หรือ Google Sheets ก็เพียงพอ

Keyword Clustering เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กไหม

เหมาะมาก เพราะช่วยให้ร้านเล็กสร้างเนื้อหาที่เจาะจงกลุ่มลูกค้าได้ดีขึ้น และลดการแข่งขันกับร้านใหญ่โดยเน้นคำค้นหาที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง

หน้าเว็บเดิมที่มีอยู่แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง

ให้ตรวจสอบว่าหน้าเดิมตรงกับคลัสเตอร์ใด แล้วปรับเนื้อหาให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม แทนที่จะสร้างหน้าใหม่ซ้ำซ้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้หน้าเดิมและลดการแย่งคีย์เวิร์ด

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลจาก Keyword Clustering

โดยทั่วไปต้องรออย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อให้ Google เก็บข้อมูลและปรับอันดับ ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของกลุ่มคำและคุณภาพเนื้อหาของคุณ

ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่

สำรวจหน้าของเราเพื่อค้นหาสิ่งที่เหมาะกับคุณที่สุด

ดูเพิ่มเติม

On the Crawza blog you will find articles about products, product care, buying guides, trends, and much more. Explore our posts to learn everything about our products and collections.